หลวงปู่ทิม อตฺตสนฺโต วัดพระขาว อยุธยา ยอดพระอริยสงฆ์ผู้ทรงคุณวิเศษ
หากเอ่ยถึงสุดยอดพระเกจิอาจารย์ระดับตำนานของเมืองกรุงเก่า พระนครศรีอยุธยา ที่เปี่ยมด้วยเมตตามหานิยมสูงสุด สำเร็จวิชาธรรมชั้นสูง และมีพลังจิตอันเข้มขลังเป็นที่ประจักษ์ ชื่อของ "หลวงปู่ทิม อตฺตสนฺโต" แห่งวัดพระขาว อำเภอบางบาล จะต้องเป็นหนึ่งในทำเนียบที่ถูกกล่าวถึงด้วยความเคารพรักและศรัทธาอย่างสูงสุด
ท่านเปรียบเสมือนเพชรเม็ดงามแห่งลุ่มน้ำบางบาล ผู้ไม่เพียงแต่เป็นพระนักปฏิบัติที่เคร่งครัดและพระนักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ แต่ท่านยังเป็นทายาทพุทธาคมผู้สืบทอดตำรับวิชาจากสุดยอดพระอริยสงฆ์ระดับตำนานหลายต่อหลายรูป แม้ท่านจะละสังขารไปแล้ว แต่คุณงามความดี ปฏิปทาอันงดงาม และเรื่องราวอภินิหารของท่าน ยังคงอยู่ในใจของศิษยานุศิษย์และชาวพุทธทั่วประเทศเสมอมา
วันนี้ ผมจะพาทุกท่านย้อนรอยอดีตไปทำความรู้จักกับชีวประวัติ ปฏิปทา ปาฏิหาริย์ และเจาะลึกวัตถุมงคลอันศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่ทิม ให้สมกับตำนานความยิ่งใหญ่ที่เล่าขานกันมากว่าครึ่งศตวรรษครับ
ชาติภูมิและปฐมวัย: กำเนิดเด็กชายผู้มีบุญญาธิการ
หลวงปู่ทิม ท่านถือกำเนิดขึ้นในแผ่นดินรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2456 (ปีฉลู) ณ ตำบลพระขาว อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ท่านมีนามเดิมว่า "ทิม ชุ่มโชคดี" โยมบิดาชื่อ นายพร้อม โยมมารดาชื่อ นางกิ่ม ชุ่มโชคดี ท่านเป็นบุตรคนที่ 5 จากพี่น้องร่วมอุทรเดียวกันทั้งหมด 6 คน ได้แก่:
-
คุณทอง ชุ่มโชคดี
-
คุณเทียบ ชุ่มโชคดี
-
ผู้ใหญ่ทัศน์ ชุ่มโชคดี
-
คุณทอด ชุ่มโชคดี
-
หลวงปู่ทิม ชุ่มโชคดี
-
คุณสังวาล ชุ่มโชคดี
ในวัยเด็ก หลวงปู่ทิมท่านได้รับการศึกษาเบื้องต้นจากพระภิกษุสงฆ์ที่วัดพิกุล ตามวิถีชีวิตของชาวนาในสมัยนั้น ท่านเรียนจบชั้นประถมปีที่ 4 แล้วจึงออกมาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพทำนาตามวิถีชีวิตของชาวนาในลุ่มน้ำบางบาล
สู่ร่มกาสาวพัสตร์: เส้นทางธรรมและการแสวงหาวิชา
เมื่ออายุครบเกณฑ์ทหาร ท่านก็ถูกเกณฑ์ไปรับใช้ชาติโดยไม่ต้องคัดเลือก ภายหลังปลดประจำการทหารแล้ว ด้วยความที่ท่านเป็นผู้ใฝ่ในทางธรรมและต้องการทดแทนคุณบิดามารดา ท่านจึงตัดสินใจเข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2478 แต่ท่านจำพรรษาได้เพียง 1 พรรษา ก็ลาสิกขาออกมาเพื่อช่วยบิดามารดาทำนาเป็นการตอบแทนพระคุณอันใหญ่หลวง
จุดเปลี่ยนแห่งชีวิต: รอดตายปาฏิหาริย์จากสงครามและโรคห่า
เมื่อย่างเข้าสู่วัยเบญจเพส ทางครอบครัวได้ให้ท่านครองเรือนเพื่อจะได้มีความรับผิดชอบเป็นผู้ใหญ่ แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2484 หลวงปู่ทิมถูกระดมพลไปทำศึกสงครามยังประเทศเขมร ซึ่งในสมัยนั้นรัฐบาลไทยต้องการดินแดน เมืองปอยเปต, ศรีโสภณ, เสียมราษฎร์ และพระตะบอง ซึ่งเป็นดินแดนของไทย แต่ถูกประเทศฝรั่งเศสยึดครอง ในการไปทำศึกสงครามครั้งนี้ถึงขั้นปะทะกับข้าศึกแบบประจัญบาน แต่ด้วยบุญบารมีและพลังจิตอันเข้มข้นของหลวงปู่ ทำให้ท่านรอดปลอดภัยกลับมาได้อย่างปาฏิหาริย์
ครั้งกลับมาอยู่อยุธยาได้ไม่นาน ท่านก็ถูกเรียกระดมพลกลับเข้าประจำการอีกครั้งใน "สงครามโลกครั้งที่ 2" ภายหลังจากเสร็จสิ้นสงคราม หลวงปู่ท่านได้กลับมาอยู่อยุธยากับครอบครัว แต่ชั่วระยะเวลาไม่กี่ปีท่านก็เกิดรู้สึกเบื่อหน่ายทางโลกอย่างจับขั้วหัวใจ
ในช่วงเวลานั้น ในตำบลพระขาวและละแวกใกล้เคียงได้เกิด โรคห่า (อหิวาตกโรค) ระบาดอย่างหนัก ผู้คนล้มป่วยเจ็บตายกันเป็นจำนวนมากราวกับใบไม้ร่วง ซึ่งหลวงปู่ก็ได้ล้มป่วยด้วยโรคนี้ด้วยเช่นกัน อาการของท่านรุนแรงมากจนแทบจะหมดลมหายใจ ภายหลังจากปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว ในขณะที่กำลังทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส หลวงปู่ได้อธิษฐานจิตต่อ "พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์" ด้วยสัจจะวาจาอันบริสุทธิ์ว่า:
"อย่าเพิ่งหมดอายุเลย ตัวของข้าพเจ้านี้ยังปฏิบัติมาในบวรพระพุทธศาสนาน้อยนัก ให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสช่วยต่อพระพุทธศาสนาอีกสักหน่อยเถิด ค่อยตายจะไม่ว่ากะไรเลย"
ด้วยแรงอธิษฐานในครั้งนั้น โรคห่าก็ได้บรรเทาลงอย่างอัศจรรย์ และท่านก็หายป่วยกลับมาเป็นปกติอย่างปาฏิหาริย์ เหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ท่านตั้งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะละทิ้งทางโลกและเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ไปตลอดชีวิต
อุปสมบทอีกครั้ง: ศิษย์เอกหลวงพ่อสังข์ วัดน้ำเต้า
จนกระทั่งถึงวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2491 ท่านจึงได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุอีกครั้ง ณ พัทธสีมาวัดน้ำเต้า อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยได้รับความเมตตาจากยอดพระเกจิอาจารย์แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา เป็นพระอุปัชฌาย์ ดังนี้:
-
หลวงพ่อพระครูอุดมสมาจาร (หลวงพ่อสังข์ วัดน้ำเต้า) เป็นพระอุปัชฌาย์
-
(พระกรรมวาจาจารย์) - ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด
-
(พระอนุสาวนาจารย์) - ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด
ท่านได้รับฉายาทางธรรมว่า "อตฺตสนฺโต" ซึ่งแปลว่า ผู้มีตนอันสงบ
ภายหลังบวชเรียนและจำพรรษาอยู่ที่วัดพิกุล 1 พรรษา หลวงปู่ได้ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการปฏิบัติอย่างจริงจัง ท่านสามารถท่องจำนวโกวาทได้ทั้งเล่ม และมีความรู้แตกฉานในด้านพระวินัยและพระธรรมอย่างลึกซึ้ง และด้วยความมุ่งมั่นในการปฏิบัติธรรม ท่านยังได้ฝึกฝนกรรมฐานกับศพ ด้วยการพิจารณาสังขารทุกคืนโดยจุดเทียนไขไว้บนโลงศพ แสดงให้เห็นถึงความเพียรพยายามอันยิ่งใหญ่เพื่อความหลุดพ้นอย่างแท้จริง
เจ้าอาวาสวัดสีคตและวัดพระขาว: การพัฒนาและสร้างตำนาน
หลวงปู่ทิมจำพรรษาอยู่ที่วัดพิกุล 1 พรรษา และได้มาจำวัดอยู่ที่วัดพระขาว เมื่อปี พ.ศ. 2492 ซึ่งในสมัยนั้นวัดพระขาวยังเป็นวัดเล็กๆ อยู่กลางป่ารกทึบ มีกุฏิร้างหลังเล็กๆ อยู่กลางป่า ซึ่งเหมาะกับการประพฤติปฏิบัติธรรมอย่างมาก หลวงปู่ก็ได้จำวัดอยู่ที่กุฏิร้างหลังนั้น สภาพกุฏิเก่าๆ หลังคาผุพัง โดยท่านเอาเสื่อเก่าของสมภารเก่ามาปูนอน ในระหว่างจำพรรษาอยู่กุฏิกลางป่า ท่านก็ได้นั่งเจริญกรรมฐานอย่างจริงจัง จนจิตใจบริสุทธิ์ผุดผ่องและมีพลังจิตอันแก่กล้า
ด้วยปฏิปทาอันงดงามและการปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัดของหลวงปู่ ทำให้ชาวบ้านวัดสีคต (วัดสันติการาม) ต่างพากันมาขอร้องนิมนต์ท่านไปเป็นเจ้าอาวาส เนื่องจากที่วัดขาดสมภาร แต่หลวงปู่ก็ได้ปฏิเสธและไม่ยินดีต่อตำแหน่งหรือสมณศักดิ์นั้น จนชาวบ้านต้องไปร้องขอต่อ หลวงพ่อสังข์ วัดน้ำเต้า ซึ่งเป็นอุปัชฌาย์ของหลวงปู่ ให้มาพูดกับหลวงปู่ จนหลวงปู่ยินยอม
หลวงปู่ได้เป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดสีคต 3 พรรษา ได้พัฒนาวัดจนเจริญรุ่งเรืองขึ้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2498 หลวงปู่ได้กลับมาดำรงตำแหน่งสมภาร ณ วัดพระขาว อำเภอบางบาล เนื่องจากวัดพระขาวนั้นขาดสมภาร ชาวบ้านแห่งวัดพระขาวทราบถึงคุณงามความดีและปฏิปทาอันงดงามของหลวงปู่ จึงได้พร้อมใจกันนิมนต์หลวงปู่กลับมาเป็นสมภารที่วัดพระขาว นับแต่นั้นมา ท่านก็ได้ทุ่มเทกำลังกายกำลังใจในการพัฒนาวัดพระขาว จากวัดที่เคยทรุดโทรม ให้กลับมาเจริญรุ่งเรืองขึ้นเป็นลำดับ ทั้งการสร้างเสนาสนะ ถาวรวัตถุต่างๆ และที่สำคัญที่สุดคือ การสร้าง "คน" ด้วยการอบรมสั่งสอนศีลธรรมให้กับชาวบ้าน และเป็นที่พึ่งทางใจให้กับพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ
ปัจฉิมบท: การละสังขารและการสืบทอดมรดกธรรม
เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่อาจหลีกหนีได้ ไม่ช้าก็เร็วทุกคนก็ต้องพบเจอ หลวงปู่ก็เช่นเดียวกัน ไม่สามารถหลีกหนีสัจธรรมแห่งชีวิตนี้ได้ ในเช้าวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2552 เวลา 11.55 น. หลวงปู่ทิมท่านได้ละสังขารจากไปอย่างสงบ ขณะอายุ 96 ปี พรรษา 61 ซึ่งนำพาความเศร้าโศกเสียใจอย่างใหญ่หลวงมาสู่ลูกศิษย์และประชาชนชาวพุทธทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม แม้สังขารของท่านจะดับสูญไป แต่คุณงามความดี ปฏิปทาอันงดงาม และวัตถุมงคลอันศักดิ์สิทธิ์ที่หลวงปู่ทิมได้ปลุกเสกไว้ จะยังคงอยู่คู่กับชาวอยุธยาและแผ่นดินไทยสืบต่อไป ท่านคือหนึ่งใน "เทพเจ้าแห่งความเมตตา" ที่จะอยู่ในใจของศิษย์ตลอดกาล
เจาะลึกวัตถุมงคลหลวงปู่ทิม: พุทธคุณเข้มขลัง ประสบการณ์สูง
นี่คือหัวข้อสำคัญที่ทำให้นักสะสมพระเครื่องต่างใฝ่หาวัตถุมงคลของหลวงปู่ทิมมาบูชาติดตัว วัตถุมงคลของท่านแต่ละชนิดสร้างออกมาในจำนวนไม่มากนัก และมักจะสร้างเพื่อแจกจ่ายในงานบุญสำคัญหรืองานกฐินผ้าป่าของวัดเท่านั้น จึงทำให้วัตถุมงคลของท่านหาชมได้ยากมากในปัจจุบัน
พุทธคุณของวัตถุมงคลสายวัดพระขาว เป็นที่เลื่องลือกันมากในด้าน เมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย และคงกระพันชาตรี
หลวงปู่ทิมท่านได้กล่าวถึงพุทธคุณวัตถุมงคลของท่านไว้ว่า:"วัตถุมงคลของหลวงปู่ส่วนมาก จะลงให้ในทางเมตตาและแคล้วคลาดเป็นสำคัญ จะได้ไม่เจ็บตัว ถ้าถึงคราวคับขันก็ใช้ได้ในทางคงกระพัน"
ท่านมีความเชี่ยวชาญและปลุกเสกวัตถุมงคลด้วยพลังจิตอันบริสุทธิ์และเปี่ยมเมตตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชา "นะหน้าทอง" และ "สาริกาลิ้นทอง" ที่ทำให้วัตถุมงคลของท่านมีอานุภาพสูงมากในด้านเมตตามหานิยม ผู้คนรักใคร่เอ็นดู ติดต่อเจรจาธุรกิจการงานราบรื่น และยังแคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายต่างๆ อย่างปาฏิหาริย์
วัตถุมงคลยอดนิยม:
-
พระขุนแผนพรายกุมารหลวงปู่ทิม: ถือเป็นสุดยอดเครื่องรางของขลังที่สร้างชื่อเสียงให้กับหลวงปู่ทิมมากที่สุด ท่านได้สืบทอดวิชาการสร้างขุนแผนพรายกุมารมาจากครูบาอาจารย์สายตรง ผสมผสานกับมวลสารศักดิ์สิทธิ์ ผงพุทธคุณเก่า และผ่านการปลุกเสกเดี่ยวจากท่านเป็นเวลานาน พระขุนแผนของท่านมีพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ ค้าขายดี เป็นที่นิยมและหวงแหนของลูกศิษย์อย่างยิ่ง
-
เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก พ.ศ. 2511: สร้างขึ้นในวาระฉลองสมณศักดิ์ เป็นเหรียญปั๊มรูปเหมือนทรงเสมา ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนหลวงปู่ทิมครึ่งรูป ใต้รูปเหมือนมีอักษรว่า "หลวงพ่อทิม วัดพระขาว จ.พระนครศรีอยุธยา" ด้านหลังเป็นยันต์ครูประจำตัวของท่าน เหรียญรุ่นนี้มีประสบการณ์สูงมาก และเป็นที่ต้องการของนักสะสมสายอยุธยาอย่างยิ่ง
-
เหรียญรูปเหมือนรุ่นต่างๆ: นอกจากเหรียญรุ่นแรกแล้ว ท่านยังได้จัดสร้างเหรียญรูปเหมือนอีกหลายวาระ ซึ่งล้วนผ่านการปลุกเสกด้วยพลังจิตอันเข้มขลังของท่านทั้งสิ้น เช่น เหรียญรูปไข่ เหรียญหยดน้ำ ฯลฯ ซึ่งแต่ละรุ่นก็มีประสบการณ์และค่านิยมที่แตกต่างกันไป
-
พระเครื่องเนื้อผงและเหรียญรุ่นต่างๆ: ท่านยังได้จัดสร้างพระเครื่องเนื้อผงพิมพ์ต่างๆ เช่น พระสมเด็จ พระปิดตา นางกวัก ฯลฯ ซึ่งมักจะเป็นพระที่สร้างขึ้นจากมวลสารศักดิ์สิทธิ์ ผงพุทธคุณเก่า และผ่านการปลุกเสกเดี่ยวจากท่านเป็นเวลานาน และยังได้จัดสร้างเหรียญและเครื่องรางของขลังอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งล้วนผ่านการปลุกเสกด้วยพลังจิตอันเข้มขลังของท่านทั้งสิ้น
ข้อควรระวัง: เนื่องจากวัตถุมงคลของหลวงปู่ทิมมีความนิยมสูงมาก จึงทำให้มีของปลอมระบาดในสนามพระมากมาย นักสะสมจำเป็นต้องศึกษาตำหนิพิมพ์ทรงและเนื้อหาให้ดี หรือเช่าหาจากร้านพระเครื่องที่น่าเชื่อถือครับ
สำหรับท่านที่ต้องการศึกษาประวัติและวัตถุมงคลของหลวงปู่ทิมอย่างละเอียด สามารถหาชมได้จากหนังสือ ชีวประวัติและวัตถุมงคล หลวงปู่ทิม เทพเจ้าแห่งความเมตตา “ฉบับสมบูรณ์” ที่ทางวัดพระขาวได้จัดสร้างขึ้นในวาระครบ 8 รอบ หลวงปู่ทิมวัดพระขาว ซึ่งรวบรวมข้อมูลและภาพวัตถุมงคลของท่านไว้ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุดครับ
