"เสือซ่อนเล็บ" แห่งบางปะหัน หลวงปู่ทองสุข วัดตะเคียน อยุธยา ยอดพระอริยสงฆ์ผู้ทรงอภิญญาและเปี่ยมเมตตา
หากเอ่ยถึงสุดยอดพระเกจิอาจารย์ระดับตำนานของเมืองกรุงเก่า พระนครศรีอยุธยา ที่เปี่ยมด้วยเมตตามหานิยม สำเร็จวิชาธรรมชั้นสูง และมีพลังจิตอันเข้มขลังเป็นที่ประจักษ์ ชื่อของ "หลวงปู่ทองสุข" หรือ พระครูอมรวุฒิคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดตะเคียน อำเภอบางปะหัน จะต้องเป็นหนึ่งในทำเนียบที่ถูกกล่าวถึงด้วยความเคารพรักและศรัทธาอย่างสูงสุด
ท่านเปรียบเสมือน "เพชรน้ำเอกแห่งเมืองคนดี" ผู้ไม่เพียงแต่เป็นพระนักปฏิบัติที่เคร่งครัดและพระนักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ แต่ท่านยังเป็นทายาทพุทธาคมผู้สืบทอดตำรับวิชาจากสุดยอดพระอริยสงฆ์ระดับตำนานหลายต่อหลายรูป แม้ท่านจะละสังขารไปแล้ว แต่คุณงามความดี ปฏิปทาอันงดงาม และเรื่องราวอภินิหารของท่าน ยังคงอยู่ในใจของศิษยานุศิษย์และชาวบางปะหันเสมอมา
วันนี้ ผมจะพาทุกท่านย้อนรอยอดีตไปทำความรู้จักกับชีวประวัติ ปฏิปทา และเบื้องหลังฉายา "เสือซ่อนเล็บ" ของหลวงปู่ทองสุข ให้สมกับตำนานความยิ่งใหญ่ที่เล่าขานกันมากว่าครึ่งศตวรรษครับ
ชาติภูมิและปฐมวัย: กำเนิดเด็กชายผู้มีเมตตาธรรม
หลวงปู่ทองสุข ท่านถือกำเนิดขึ้นในแผ่นดินรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) เมื่อปี พ.ศ. 2462 ณ บ้านตะเคียน ตำบลขวัญเมือง อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ท่านมีนามเดิมว่า... (ข้อมูลต้นฉบับไม่ได้ระบุ แต่สันนิษฐานว่าเป็นชื่อเล่นตามวิถีชาวบ้านในสมัยนั้น) ครอบครัวของท่านประกอบอาชีพเกษตรกร มีฐานะปานกลาง โยมบิดาและโยมมารดาเป็นผู้มีจิตใจฝักใฝ่ในพระพุทธศาสนา ชอบทำบุญตักบาตรและเข้าวัดฟังธรรมเป็นประจำ
ในวัยเด็ก หลวงปู่ทองสุขท่านเป็นเด็กที่มีอุปนิสัยเรียบร้อย จิตใจอ่อนโยน มีเมตตา และกตัญญูรู้คุณต่อบิดามารดาอย่างยิ่ง ท่านมักจะช่วยเหลืองานบ้านเท่าที่กำลังของเด็กจะทำได้ และด้วยความที่โยมพ่อโยมแม่ชอบพาไปทำบุญที่วัดเป็นประจำ ทำให้ท่านได้ซึมซับหลักธรรมคำสอนและพลังแห่งธรรมตั้งแต่วัยเยาว์ วันใดที่ว่างเว้นจากการเรียนและการช่วยงานบ้าน ท่านก็จะไปช่วยงานหลวงพ่อหลวงตาที่วัดด้วยความศรัทธา
สู่ร่มกาสาวพัสตร์: การตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่
หลังจากที่ได้เจริญวัยจนครบกำหนดเกณฑ์ทหาร หลวงปู่ทองสุขท่านได้อาสาเข้าไปรับใช้ชาติด้วยความกล้าหาญและเสียสละ หลังจากหมดวาระของชายชาติทหาร ด้วยความที่ท่านเป็นผู้ใฝ่ในทางธรรมและได้เห็นสัจธรรมของชีวิต ท่านจึงตัดสินใจเข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุเพื่อทดแทนคุณบิดามารดาและศึกษาพระธรรมวินัยอย่างจริงจัง
แต่หลังจากที่ได้รับรสพระธรรมจากการปฏิบัติภาวนาและได้ศึกษาเล่าเรียนจากครูบาอาจารย์ผู้ทรงคุณวิเศษหลายรูป จิตใจของท่านก็โน้มเอียงไปในทางธรรมอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ท่านจึงตัดสินใจไม่ขอสึกจากร่มกาสาวพัสตร์ และอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนาจวบจนวาระสุดท้ายของท่าน
การศึกษาพุทธาคม: ศิษย์เอกผู้สืบทอดวิชาจากยอดอาจารย์
ด้วยความเป็นผู้ใฝ่รู้และมีวาสนาบารมีสูงส่ง หลวงปู่ทองสุขท่านจึงได้ฝากตัวเป็นศิษย์ศึกษาเรียนพระธรรมวินัย วิปัสสนากรรมฐาน และวิชาอาคมกับครูบาอาจารย์ที่เก่งกล้าสามารถในยุคนั้นมากมายหลายรูป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดใกล้เคียง
ครูบาอาจารย์ที่สำคัญของท่าน ได้แก่:
-
หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติการาม: ยอดเกจิเจ้าของเหรียญปั๊มเบญจภาคีอันดับ 1 หลวงปู่ทองสุขท่านได้สืบทอดวิชาสายตรงมาจากหลวงพ่อกลั่น ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าวิชาสายนี้เข้มขลังและมีอานุภาพสูงมาก
-
หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค: เจ้าตำรับยันต์เกราะเพชรและพระเครื่องพิมพ์ทรงสัตว์ หลวงปู่ทองสุขท่านได้ร่ำเรียนวิชาจากหลวงพ่อปานจนแตกฉาน โดยเฉพาะวิชาทางด้านเมตตามหานิยมและโชคลาภ
-
หลวงพ่อหน่าย วัดบ้านแจ้ง: ผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาจระเข้อาคมและคงกระพันชาตรี
-
หลวงพ่อเจิม วัดตะเคียน: อดีตเจ้าอาวาสวัดตะเคียน ผู้เป็นอาจารย์ถ่ายทอดวิชาพื้นฐานและเป็นผู้ที่หลวงปู่ทองสุขให้ความเคารพรักอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ ท่านยังได้ศึกษาวิชาจากครูบาอาจารย์ท่านอื่นอีกหลายรูป เช่น หลวงพ่อแป้น วัดเสาธงใหม่, หลวงพ่อลำภู วัดไก่จัน, หลวงพ่อริ้ว วัดตลาดเกรียบ, ปู่หลี วัดเสนาสนาราม, หลวงพ่อรวย วัดศาลาแดง, หลวงพ่ออุป วัดตานิม, หลวงพ่อมาก วัดโตนด, หลวงพ่อหวาน วัดดอกไม้ ฯลฯ
ด้วยความขยันหมั่นเพียร ความตั้งใจมุ่งมั่น และสติปัญญาอันเฉียบแหลม ทำให้หลวงปู่ทองสุขท่านสามารถก้าวหน้าในการศึกษาเล่าเรียนได้อย่างรวดเร็ว จนวิชาที่เล่าเรียนปฏิบัติเข้มขลังในพลังแห่งวิทยาคมสูงส่งเป็นที่ประจักษ์
สหธรรมิกผู้ยิ่งใหญ่: ความสัมพันธ์กับเกจิระดับตำนาน
นอกจากจะร่ำเรียนวิชาจากครูบาอาจารย์รุ่นก่อนแล้ว หลวงปู่ทองสุขท่านยังมีความสัมพันธ์อันดีในฐานะ "สหธรรมิก" กับพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในยุคเดียวกันหลายรูป ซึ่งต่างก็ให้ความเคารพนับถือในภูมิธรรมและพลังจิตของกันและกัน
สหธรรมิกคนสำคัญของท่าน ได้แก่:
-
หลวงปู่ดู่ วัดสะแก: ยอดเกจิแห่งเมืองอยุธยา เจ้าตำรับวิชาเปิดโลกและแหวนศักดิ์สิทธิ์ หลวงปู่ดู่ท่านให้การรับรองหลวงปู่ทองสุขไว้ว่า "หลวงพ่อสุขท่านพ้นเหนือโลกแล้วล่ะ เสียดายเป็นเสือซ่อนเล็บ จะแนะใครที ท่านก็มาสะกิดห้ามเอาไว้"
-
หลวงปู่ชื้น วัดญาณเสน: พระอริยสงฆ์ผู้เปี่ยมเมตตาและมีพลังจิตสูงส่ง หลวงปู่ชื้นท่านพูดเป็นนัยไว้ทุกครั้งที่คนบางปะหันไปกราบ "มีเพชรน้ำเอกที่วัดตะเคียน"
-
หลวงปู่ทิม วัดพระขาว: เจ้าตำรับขุนแผนพรายกุมารอันลือลั่น
-
หลวงพ่อหวล วัดพุทไธศวรรย์: ผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาเหล็กไหล
นอกจากนี้ ยังมีเกจิอาจารย์ท่านอื่นอีกหลายรูปที่ท่านไปมาหาสู่และแลกเปลี่ยนวิชากัน เช่น หลวงพ่อสวัสดิ์ วัดศาลาปูน, หลวงพ่อทองหล่อ วัดโปรดสัตว์, หลวงพ่ออุ่น วัดตานิม ฯลฯ
ปฏิปทาและเกียรติคุณ: พระอริยสงฆ์ผู้สมถะและทรงอภิญญา
ตลอดชีวิตในสมณเพศ หลวงปู่ทองสุขท่านงดงามด้วยปฏิปทาศีลวัตรสัจคุณ ดำรงสมณเพศอย่างสมถะ เรียบง่าย ไม่ถือตัว ท่านเป็นพระนักปฏิบัติมากว่าที่จะเป็นพระธรรมกถึก ท่านชอบเจริญสมถะวิปัสสนากรรมฐานอยู่ตามป่าช้าเป็นประจำ ทำให้ท่านเป็นพระเถระที่ทรงอภิญญา สามารถแสดงอิทธิฤทธิ์ต่างๆ ได้ ถ้ามีบุญจะได้เห็น
ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เปี่ยมด้วยเมตตาธรรมสูงส่ง มีวาจาสิทธิ์ ให้พรใครแล้วได้ดีทุกคน ท่านจึงเป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของคนในอำเภอบางปะหันและจังหวัดใกล้เคียง ทุกวันจะมีผู้คนเดินทางมากราบไหว้ขอพรจากท่านอย่างไม่ขาดสาย โดยเฉพาะบรรดาพ่อค้าแม่ค้าและผู้ที่ทำธุรกิจการงาน ต่างพากันนำรถป้ายแดงมาให้ท่านเจิมเพื่อความเป็นสิริมงคลและให้ค้าขายร่ำรวย ซึ่งก็ปรากฏว่าต่างก็ได้ดิบได้ดีกันไปตามๆ กัน จนเป็นที่เลื่องลือกันไปทั่ว
ไขปริศนาฉายา "เสือซ่อนเล็บ": ทำไมไม่สร้างวัตถุมงคล?
นี่คือคำถามที่หลายคนสงสัยและต้องการคำตอบมากที่สุด ทำไมหลวงปู่ทองสุขท่านจึงไม่สร้างวัตถุมงคลใดๆ ทั้งๆ ที่มีลูกศิษย์ลูกหาร้องขอกันมานานนับสิบปี และท่านก็เป็นพระเก่งมากองค์หนึ่งของอยุธยา?
คำตอบอยู่ในคำรับรองของ หลวงปู่ดู่ วัดสะแก ที่ว่า "เสียดายเป็นเสือซ่อนเล็บ จะแนะใครที ท่านก็มาสะกิดห้ามเอาไว้" และจากการศึกษาปฏิปทาของท่าน พบเหตุผลสำคัญดังนี้ครับ:
-
รักสันโดษและไม่ต้องการชื่อเสียง: หลวงปู่ทองสุขท่านเป็นพระเถระที่รักสันโดษอย่างยิ่ง ท่านมีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย ไม่ยึดติดในลาภยศสรรเสริญ ท่านไม่อยากดัง อยากอยู่เป็นหลวงตาเฝ้าวัดไปวันๆ เพื่อปฏิบัติธรรมตามคำสอนของครูบาอาจารย์ ท่านบอกว่า "ยิ่งคนมากยิ่งยุ่งมาก" การสร้างวัตถุมงคลจะทำให้มีคนมาวัดจำนวนมาก ซึ่งจะรบกวนเวลาในการปฏิบัติธรรมของท่าน
-
ไม่ต้องการให้ลูกศิษย์ยึดติดวัตถุมงคล: ท่านสอนลูกศิษย์เสมอว่า ให้ยึดมั่นในพระรัตนตรัยและการปฏิบัติธรรมเป็นที่ตั้ง วัตถุมงคลเป็นเพียงเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจชั่วคราว ไม่ใช่วิธีปลดทุกข์ที่แท้จริง ท่านจึงไม่ต้องการให้ลูกศิษย์หลงใหลได้ปลื้มกับวัตถุมงคล จนละเลยการทำความดีและการปฏิบัติบูชา
-
บารมีธรรมคือ "ของจริง": แทนที่จะสร้างวัตถุมงคล หลวงปู่ทองสุขท่านใช้วิธีมอบ "บารมีธรรม" ให้กับลูกศิษย์โดยตรง ใครที่ไปกราบท่าน ท่านก็จะให้ศีลให้พร รดน้ำมนต์ หรือแจกของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ เช่น พระเครื่องเก่าๆ ของครูบาอาจารย์ที่ท่านสะสมไว้ หรือเพียงแค่เหรียญบาทเหรียญสลึงที่ท่านเป่าเสกให้ ซึ่งแม้จะเป็นของธรรมดา แต่ก็มีอานุภาพศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ประจักษ์ เพราะผ่านการอธิษฐานจิตด้วยพลังจิตอันบริสุทธิ์และเปี่ยมเมตตาของท่าน
ดังนั้น ฉายา "เสือซ่อนเล็บ" จึงหมายความว่า ท่านเป็นพระผู้ทรงคุณวิเศษ มีวิชาอาคมแก่กล้าและพลังจิตสูงส่ง (เสือ) แต่ท่านไม่แสดงออก ไม่โอ้อวด และไม่สร้างวัตถุมงคลเพื่อแสวงหาลาภสักการะ (ซ่อนเล็บ) ท่านเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย สมถะ และบริสุทธิ์ผุดผ่อง เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับศิษยานุศิษย์และชาวพุทธทั้งหลายครับ
ปัจฉิมบท: การละสังขารและการสืบทอดมรดกธรรม
แม้หลวงปู่ทองสุข ปาสาทิโก ท่านจะมรณภาพไปอย่างสงบด้วยวัยชราภาพ แต่คุณงามความดี ปฏิปทาอันงดงาม และคำสอนของท่าน ยังคงอยู่ในใจของศิษยานุศิษย์และผู้ที่เคารพศรัทธาเสมอมา
ท่านคือหนึ่งใน "เพชรน้ำเอกแห่งเมืองคนดีศรีอยุธยา" ที่ควรค่าแก่การเคารพกราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ แม้ท่านจะไม่ได้สร้างวัตถุมงคลไว้ให้เราบูชา แต่สิ่งที่ท่านมอบให้เราคือ "แบบอย่างของการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม" ซึ่งมีค่ามากกว่าวัตถุมงคลใดๆ ในโลกครับ
สำหรับท่านที่ต้องการระลึกถึงหลวงปู่ทองสุข ผมขอแนะนำให้ไปกราบไหว้ทำบุญกับท่านที่วัดตะเคียน อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รับรองว่าท่านจะได้รับความเมตตาและสิริมงคลกลับบ้านอย่างแน่นอนครับ
