"กรุวัดกลางทุ่ง" อยุธยา

เปิดตำนานความขลังแห่งทุ่งบ้านนา: มรดกพระเนื้อดิน "กรุวัดกลางทุ่ง" อยุธยา

ถ้าเราลองก้าวเท้าลัดเลาะไปตามผืนนาและสายน้ำแห่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะในเขตอำเภอมหาราช พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่เรื่องราวประวัติศาสตร์การศึกสงครามในอดีตเท่านั้น แต่ยังเป็นแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองที่หล่อหลอมพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิทยาคมไว้มากมายหลายรูป เรื่องราวที่เราจะพาทุกท่านย้อนเวลากลับไปสำรวจในวันนี้ เป็นเรื่องของพระกรุเนื้อดินเผาที่มีเจตนาการสร้างบริสุทธิ์ผุดผ่อง และเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังศรัทธาของคนในท้องถิ่น นั่นคือ "พระกรุวัดกลางทุ่ง" อยุธยา

ในมุมมองของผู้ที่ชื่นชอบการศึกษาพระเครื่องและเรื่องราวเก่าๆ ผมมักจะรู้สึกเสมอว่า พระกรุที่สร้างขึ้นด้วยความร่วมแรงร่วมใจของชุมชนและพระเถราจารย์ผู้ทรงคุณในอดีต มักจะมี "ลมหายใจ" และเสน่ห์เฉพาะตัวที่แตกต่างจากพระที่สร้างในโรงงานหรือสร้างเพื่อการพาณิชย์ทั่วไป และเรื่องราวของกรุวัดกลางทุ่งแห่งนี้ก็มีเบื้องหลังที่น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่งครับ

ปฐมเหตุแห่งการสร้าง: เมื่อสามยอดเกจิแห่งทุ่งบ้านนาร่วมใจ

ย้อนกลับไปเมื่อราวร้อยกว่าปีก่อน ในปี พ.ศ. 2450 ยุคสมัยที่พระพุทธศาสนาและคาถาอาคมยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชนอย่างแท้จริง ณ ทุ่งบ้านนา อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมแก่กล้าถึง 3 รูป ได้แก่ หลวงพ่อฉ่ำ, หลวงพ่อแป้น และหลวงพ่อทรัพย์ (พระเกจิผู้ร่วมยุคสมัยเดียวกับที่สร้างพระเนื้อผงผสมแร่บรรจุไว้ที่วัดใหม่ปากบาง หรือที่รู้จักกันในนามพระกรุวัดปากบาง)

ท่านทั้งสามรูปได้เล็งเห็นตรงกันว่า ควรจะมีการสร้างพระเครื่องขึ้นมาจำนวนหนึ่ง เพื่อนำไปบรรจุไว้ในองค์พระเจดีย์ของ วัดกลางทุ่ง เพื่อเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาตามคติความเชื่อโบราณ

โดยมี หลวงพ่อฉ่ำ อดีตเจ้าอาวาสวัดกลางทุ่ง ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากในด้านคาถาอาคมและตะกรุดโทน เป็นแม่งานใหญ่ในการลงสูตรสนธิ รูปนาม และอักขระเลขยันต์ ทำผงวิเศษตามตำรับโบราณอย่างพิถีพิถัน ก่อนจะนำผงวิเศษนั้นมาผสมผสานกับดินเหนียวบริเวณกลางทุ่งนารอบๆ วัด นวดคลุกเคล้าจนเข้ากันเพื่อเตรียมกดพิมพ์

กรรมวิธีการสร้างแบบโบราณ: ศรัทธาที่หลอมรวมเป็นองค์พระ

การสร้างพระกรุวัดกลางทุ่งในยุคนั้นไม่ได้อาศัยเครื่องมือสมัยใหม่ แต่ทำกันด้วยมือและหัวใจของคนในชุมชน โดยอาศัยแรงงานจากชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธาอันมั่นคง ช่วยกันกดพิมพ์ลงในแม่พิมพ์ที่ทำจากดินเผา หิน หรือไม้สักแกะสลัก ที่ช่างพื้นบ้านช่วยกันแกะขึ้นมาตามความเหมาะสม

เมื่อกดพิมพ์พระได้จำนวนตามต้องการแล้ว ก็นำไปผึ่งลมตากแดดให้แห้งสนิท ก่อนจะนำเข้าเตาเผาตามกรรมวิธีโบราณ และที่สำคัญคือ จำนวนการสร้างตั้งเป้าไว้ที่ 84,000 องค์ ตามจำนวนพระธรรมขันธ์ในพระพุทธศาสนา

เมื่อเผาเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว พระเกจิอาจารย์ทั้งสามรูปจึงได้นำพระพิมพ์ทั้งหมดเข้าสู่พิธีพุทธาภิเษกอย่างเข้มขลังตามตำรับโบราณ ก่อนจะนำไปบรรจุซ่อนไว้ภายในองค์พระเจดีย์ของวัด เพื่อรอคอยกาลเวลาผ่านไปจนกระทั่งถึงวันเปิดกรุ

การเปิดกรุในปี พ.ศ. 2503 และตำนานการแจกจ่ายสู่ชาวบ้าน

กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปหลายทศวรรษ จนกระทั่งมาถึงปี พ.ศ. 2503 ทางวัดกลางทุ่งได้ฤกษ์ทำการเปิดกรุพระวัดกลางทุ่งอย่างเป็นทางการ เพื่อนำพระเครื่องที่บรรจุไว้ภายในองค์พระเจดีย์ออกมา แจกจ่ายให้กับประชาชนชาวบ้าน ที่มาร่วมแรงร่วมใจกันทำบุญบูรณปฏิสังขรณ์ ซ่อมแซมเสนาสนะต่างๆ ภายในวัด รวมถึงบูรณะองค์พระเจดีย์ที่ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา

ในยุคนั้น พระกรุวัดกลางทุ่งไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการค้าขายหรือมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่มันคือ "ขวัญกำลังใจ" และ "สิ่งตอบแทน" จากทางวัดให้กับญาติโยมที่ช่วยกันทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา พระเครื่องจำนวนมากจึงกระจายอยู่ในมือของชาวบ้านในพื้นที่ และตกทอดมาถึงลูกหลานในปัจจุบัน

ลักษณะทางกายภาพและจุดสังเกตของพระกรุวัดกลางทุ่ง

หากเราลองส่องกล้องพิจารณาองค์พระกรุวัดกลางทุ่งอย่างถี่ถ้วน จะพบธรรมชาติและเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าสนใจดังนี้ครับ:

  • เนื้อหาขององค์พระ: ส่วนใหญ่จะเป็น พระเนื้อดินเผาที่มีความหยาบ เนื้อละเอียดมีพบเจอได้บ้างแต่น้อยมาก เนื่องจากมวลสารหลักคือดินเหนียวกลางทุ่งนาผสมผงพุทธคุณ

  • ความคมชัดและพุทธศิลป์: เนื่องจากเป็นการสร้างโดยชาวบ้านและช่างพื้นบ้านด้วยมือ ทำให้พระกรุนี้ มีน้อยองค์มากๆ ที่มีความคมชัดสวยงามสมบูรณ์ การกดพิมพ์มีความไม่ประณีตเรียบร้อยตามธรรมชาติของงานแฮนด์เมดโบราณ แต่บางองค์ที่มีความงดงามเป็นพิเศษก็เกิดจากความตั้งใจของผู้กดพิมพ์ในขณะนั้น

  • ธรรมชาติของความเก่า: คราบกรุ คราบดินนวล หรือคราบความร้อนจากการเผา จะมีความแห้งสนิทและฝังแน่นตามซอกมุมขององค์พระ ซึ่งเป็นจุดพิจารณาความแท้ที่สำคัญสำหรับพระเนื้อดินอายุหลักร้อยปี

มุมมองส่วนตัว: ของแท้ราคาเบา VS กับดักของปลอมที่ต้องระวัง

ในปัจจุบัน ราคาเช่าบูชาของพระกรุวัดกลางทุ่งยังถือว่าไม่สูงมากนัก เมื่อเทียบกับพระกรุดังๆ ของอยุธยา หลายคนจึงมองข้ามหรือคิดว่าเป็นพระราคาหลักร้อยหลักพันที่ไม่น่าจะมีใครทำปลอมขึ้นมาเลียนแบบ

แต่นี่แหละครับคือ "กับดัก" ที่นักสะสมหลายคนมักพลาดพลั้ง เพราะในความเป็นจริง พระกรุวัดกลางทุ่งที่มีราคาไม่สูงนี่แหละ กลับมีของปลอมระบาดออกมานานแล้วและทำออกมาได้แนบเนียนพอสมควร เนื่องจากคนซื้อส่วนใหญ่ตายใจ ไม่ค่อยระมัดระวัง คิดว่าของราคาถูกคงไม่มีใครลงทุนปลอม ความคิดนี้อันตรายมากครับในวงการพระเครื่อง

สำหรับผมแล้ว เสน่ห์ของพระกรุวัดกลางทุ่งไม่ได้อยู่ที่มูลค่าทางเงินตรา แต่อยู่ที่ "คุณค่าทางจิตใจและประวัติศาสตร์" การได้ถือครองพระเนื้อดินที่ผ่านการปลุกเสกจากเกจิยุคเก่าปี พ.ศ. 2450 มีเจตนาการสร้างเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง ถือเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตอย่างยิ่ง หากใครที่กำลังมองหาพระกรุอยุธยาแท้ๆ ที่ราคายังจับต้องได้และมีประวัติความเป็นมาชัดเจน พระกรุวัดกลางทุ่งคือหนึ่งในตัวเลือกที่ทรงคุณค่าและน่าศึกษาเก็บสะสมเป็นอย่างยิ่งครับ

บทความแนะนำ

  • หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค

    ตำนาน "พระหมอ" เจ้าของยันต์เกราะเพชร และสุดยอดพระเครื่องเนื้อดินแห่งสยาม

    หากเอ่ยถึงสุดยอดพระเกจิอาจารย์ระดับตำนานของเมืองไทย ที่เปี่ยมด้วยเมตตามหาศาลและมีวิชาอาคมแก่กล้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในดินแดนกรุงเก่า พระนครศรีอยุธยา ชื่อของ "หลวงพ่อปาน โสนันโท" หรือที่ชาวบ้านเรียกขานด้วยความเคารพรักว่า "หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค" จะต้องเป็นหนึ่งในนั้นอย่างแน่นอน

    หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค

  • หลวงพ่อรวย วัดตะโก

    "เทพเจ้าแห่งความรวย" หลวงพ่อรวย วัดตะโก ยอดเกจิเจ้าตำรับวิชาเรียกทรัพย์

    หากเอ่ยถึงสุดยอดพระเกจิอาจารย์แห่งยุคปัจจุบัน ที่เปี่ยมด้วยเมตตามหานิยม โชคลาภ และมีวัตถุมงคลที่นักสะสมพระเครื่องทั่วโลกต่างใฝ่หา ชื่อของ "หลวงพ่อรวย ปาสาทิโก" หรือ พระสุนทรธรรมนิวิฐ อดีตเจ้าอาวาสวัดตะโก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะต้องเป็นหนึ่งในทำเนียบที่ถูกกล่าวถึงด้วยความเคารพรักและศรัทธาอย่างสูงสุด

    หลวงพ่อรวยวัดตะโก

  • หลวงปู่ทิม วัดพระขาว

    หลวงปู่ทิม อตฺตสนฺโต วัดพระขาว อยุธยา ยอดพระอริยสงฆ์ผู้ทรงคุณวิเศษ

    หากเอ่ยถึงสุดยอดพระเกจิอาจารย์ระดับตำนานของเมืองกรุงเก่า พระนครศรีอยุธยา ที่เปี่ยมด้วยเมตตามหานิยมสูงสุด สำเร็จวิชาธรรมชั้นสูง และมีพลังจิตอันเข้มขลังเป็นที่ประจักษ์ ชื่อของ "หลวงปู่ทิม อตฺตสนฺโต" แห่งวัดพระขาว อำเภอบางบาล จะต้องเป็นหนึ่งในทำเนียบที่ถูกกล่าวถึงด้วยความเคารพรักและศรัทธาอย่างสูงสุด

    หลวงปู่ทิม วัดพระขาว