ไขปริศนาประวัติศาสตร์ "พระขุนแผนเคลือบ" กรุวัดใหญ่ชัยมงคล อยุธยา กับตำนานที่แท้จริง
เมื่อเอ่ยถึงชื่อ "พระขุนแผน" เชื่อว่านักสะสมพระเครื่องและประชาชนทั่วไปจะต้องนึกถึงพระเครื่องทรงพุทธศิลป์ห้าเหลี่ยมที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของความคงกระพันชาตรีและมหาเสน่ห์ แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า พระเครื่องพิมพ์นี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอันใดกับตัวละครเอกในวรรณคดีไทยอย่าง "ขุนแผน" แต่อย่างใด
บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของ "พระกรุวัดใหญ่ชัยมงคล" หรือในอดีตคือ "วัดป่าแก้ว" พร้อมทั้งไขข้อสงสัยว่าเหตุใดพระพิมพ์พุทธชินราชจำลองจึงถูกขนานนามว่า "พระขุนแผน" รวมถึงสำรวจพิมพ์ทรงยอดนิยมที่นักสะสมใฝ่ฝันหา
กำเนิดวัดป่าแก้วสู่กรุเจดีย์ชัยมงคลแห่งกรุงศรีอยุธยา
วัดใหญ่ชัยมงคล หรือในนามเดิมคือ "วัดป่าแก้ว" หรือวัดเจ้าพระยาไทย ตั้งอยู่บริเวณนอกกำแพงเมืองทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะเมืองอยุธยา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัย พระเจ้าอู่ทอง ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา หลังจากทรงสถาปนาราชธานีได้ราว 7 ปี
สำหรับพระกรุที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมสูงสุดของวัดแห่งนี้ คือ "พระขุนแผนเคลือบ" และ "พระขุนแผนใบพุทรา" ซึ่งถูกค้นพบภายในองค์พระเจดีย์ชัยมงคล สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในรัชสมัยของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช หลังจากทรงกระทำยุทธหัตถีและมีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชแห่งพม่า โดยมีพระประธานฝ่ายสงฆ์ผู้ทรงคุณคือกรรมการสร้างและปลุกเสกอย่าง สมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว พระอาจารย์ผู้ทรงอภิญญาของพระองค์
สำรวจพิมพ์ทรงมาตรฐานของพระกรุวัดใหญ่ชัยมงคล
พระเครื่องที่พบจากการเปิดกรุวัดใหญ่ชัยมงคลแบ่งออกเป็นพิมพ์ทรงสำคัญที่นักสะสมนิยมศึกษาและสะสม ดังนี้ครับ:
-
พระขุนแผนเคลือบพิมพ์อกใหญ่
-
พิมพ์อกใหญ่ฐานสูง
-
พิมพ์อกใหญ่ฐานเตี้ย
-
-
พระขุนแผนเคลือบพิมพ์แขนอ่อน
-
ลักษณะเด่น: ทั้งสองพิมพ์นี้จะมีจุดเด่นสำคัญคือ ด้านหน้าองค์พระจะถูกเคลือบด้วยน้ำยาเคลือบถ้วยชามหรือกระเบื้องหลังคาโบสถ์สมัยอยุธยา ส่วนด้านหลังจะไม่มีการเคลือบน้ำยา และอาจพบคราบน้ำยาไหลย้อยมาตามขอบด้านข้างเล็กน้อย
-
-
พระขุนแผนใบพุทรา (มีทั้งแบบ เนื้อดิน และ เนื้อชิน)
-
พระนางพญาหน้าอิฐ เนื้อดิน
ไขปริศนา: เหตุใดพระพุทธชินราชจำลองจึงถูกเรียกว่า "พระขุนแผน"?
หากพิจารณาจากพุทธลักษณะของพระพิมพ์นี้ จะพบว่าเป็นรูปทรงห้าเหลี่ยม เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยประทับในซุ้มเรือนแก้ว ซึ่งสันนิษฐานว่าจำลองแบบมาจาก "พระพุทธชินราช" จังหวัดพิษณุโลก แล้วเหตุใดจึงถูกเรียกว่าพระขุนแผน?
เรื่องราวเริ่มต้นจากการค้นพบพระพิมพ์ห้าเหลี่ยมเนื้อดินจำนวนมากที่ กรุวัดบ้านกร่าง จังหวัดสุพรรณบุรี ในยุคแรกที่แตกกรุออกมา ชาวบ้านไม่ได้เรียกว่าพระขุนแผน เป็นเพียงพระเนื้อดินหยาบพิมพ์ห้าเหลี่ยมธรรมดา แต่เมื่อนำไปบูชาแล้วกลับปรากฏพุทธคุณด้านคงกระพันชาตรีอย่างยอดเยี่ยม ประกอบกับพบที่จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของตัวละครในวรรณคดี เซียนพระรุ่นเก่าจึงขนานนามให้ไพเราะเสนาะหูว่า "พระขุนแผน" (แบ่งเป็น พรายเดี่ยว และ พรายคู่)
ต่อมา เมื่อมีการบูรณะวัดใหญ่ชัยมงคลโดยกรมศิลปากร และพบพระพิมพ์ห้าเหลี่ยมลักษณะเดียวกันในเจดีย์ชัยมงคล แต่มีความประณีตงดงามกว่าเนื่องจากแกะพิมพ์โดยช่างหลวง พร้อมทั้งมีการใช้น้ำยาเคลือบผิวแบบโบราณ จึงทำให้พระขุนแผนเคลือบกรุวัดใหญ่ชัยมงคลกลายเป็นสุดยอดพระกรุที่หายากและมีมูลค่าสูงในปัจจุบัน
สมมติฐานการสร้างโดยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
นักประวัติศาสตร์และเซียนพระมีความเห็นสอดคล้อง กันว่า พระพิมพ์ห้าเหลี่ยมนี้สร้างขึ้นโดย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งเสด็จยกทัพกลับจากการทำยุทธหัตถีผ่านเมืองสุพรรณบุรี พระองค์ทรงแวะพักทัพบริเวณวัดบ้านกร่าง และโปรดให้สร้างพระเนื้อดินขึ้นเพื่ออุทิศให้กับทหารกล้าที่เสียชีวิตในสมรภูมิ โดยให้ช่างหลวงและทหารช่วยกันแกะพิมพ์พระพุทธชินราช (ที่เป็นพระประธานคู่บ้านคู่เมืองพิษณุโลกที่พระองค์ทรงเคารพศรัทธา)
เมื่อกลับมาถึงกรุงศรีอยุธยา พระองค์จึงโปรดให้สร้างเจดีย์ "ชัยมงคล" ขึ้นที่วัดป่าแก้ว พร้อมทั้งนำพระพิมพ์พุทธชินราชห้าเหลี่ยมที่แกะพิมพ์โดยช่างหลวงอย่างประณีตและเคลือบน้ำยามาบรรจุไว้ เพื่ออุทิศส่วนกุศลและเฉลิมฉลองชัยชนะ โดยมี สมเด็จพระพนรัตน์ เป็นประธานฝ่ายพิธีพุทธาภิเษก
ความจริงเรื่องพุทธคุณ: ทำไมคนถึงเชื่อว่าพระขุนแผนเด่นเรื่องเมตตามหาเสน่ห์?
แม้ว่าแท้จริงแล้วพระพิมพ์นี้จะจำลองมาจากพระพุทธชินราชและสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงวีรชนในยุทธหัตถี (ซึ่งเน้นพุทธคุณด้านคงกระพันชาตรีและชัยชนะ) แต่เหตุใดคนส่วนใหญ่จึงเข้าใจว่าห้อยพระขุนแผนแล้วจะต้องเจ้าชู้หรือมีเสน่ห์ดึงดูดใจ?
คำตอบคือ ในยุคต่อมา พระเกจิอาจารย์หลายรูปได้นำพิมพ์ทรงของพระขุนแผนมาสร้างขึ้นใหม่ และเพื่อให้สอดคล้องกับชื่อเรียกที่ติดปาก รวมถึงเชื่อมโยงกับวรรณคดีไทย เกจิอาจารย์จึงได้เพิ่มอักขระคาถาเมตตามหานิยม หรือบางสำนักมีการแกะพิมพ์เพิ่มรูป "กุมารทอง" เข้าไปด้านหน้าหรือด้านหลังองค์พระ พร้อมกับกำกับคาถาด้านเมตตามหาเสน่ห์เข้าไปด้วย ส่งผลให้พระขุนแผนที่สร้างโดยเกจิยุคหลังมีความโดดเด่นด้านเสน่ห์เมตตามหานิยมอย่างชัดเจน จนกลายเป็นความเชื่อสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน
