พระขุนแผนกรุวัดบ้านกลิ้งอยุธยา

เปิดกรุ “วัดบ้านกลิ้ง” สุดยอดพระเครื่องแดนกรุงเก่า

วัดบ้านกลิ้ง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นแหล่งค้นพบพระเครื่องเนื้อดินเผาอันทรงคุณค่าและหาชมได้ยากยิ่ง ซึ่งเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์อันยาวนานของกรุงศรีอยุธยา พระเครื่องจากกรุนี้ประกอบด้วยพระขุนแผนเคลือบ (พิมพ์เดียวกับวัดใหญ่ชัยมงคล), พระขุนไกร และพระขุนแผนไม่เคลือบ (กรุโรงเหล้า หรือกรุวัดจักรวรรดิ) แม้จะมีจำนวนไม่มากนัก แต่กลับมีมูลค่าและพุทธคุณสูงส่งระดับหลักแสนถึงหลักล้านบาท เป็นที่หมายปองของนักสะสมพระเครื่องทั่วประเทศ

เหตุการณ์ขุดพบประวัติศาสตร์ (กันยายน 2550)

การค้นพบพระขุนแผนเคลือบกรุวัดบ้านกลิ้งเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2550 ระหว่างการเคลื่อนย้ายพระพุทธรูปกลางแจ้งเพื่อสร้างวิหารครอบทับ “หลวงพ่อขาว” ได้มีการขุดพบพระขุนแผนเคลือบและพระขุนไกรบริเวณฐานชุกชีของพระบริวาร

  • ลำดับเหตุการณ์:

    • พระสงฆ์และกรรมการวัดได้นำพระที่พบมาแจกจ่ายกันในเบื้องต้น

    • ข่าวความงามและมูลค่าที่สูงลิ่วแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว

    • วันที่ 4 กันยายน เกิดการขุดค้นอย่างไม่เป็นทางการท่ามกลางความขัดแย้งและการลักลอบจำหน่าย

    • วันที่ 6 กันยายน คณะกรรมการวัดจึงมีมติให้นำพระที่เหลือทั้งหมดออกจำหน่ายรวม 10 องค์ เพื่อความเรียบร้อย

  • จำนวนที่พบทั้งหมด: พบพระขุนแผนเคลือบ (วัดใหญ่) ทั้งสิ้น 33 องค์ (ในจำนวนนี้มีความเสียหายจากการขุดค้นที่เร่งรีบเกินกว่า 10 องค์) และพบพระขุนแผนไม่เคลือบ กรุโรงเหล้า (วัดจักรวรรดิ) อีก 2 องค์

สันนิษฐานที่มาของพระขุนแผนเคลือบกรุวัดบ้านกลิ้ง

จากหลักฐานและร่องรอยที่พบ นักประวัติศาสตร์และเซียนพระได้ตั้งข้อสันนิษฐานไว้ 2 กรณีหลัก ได้แก่:

  1. บรรจุตั้งแต่สมัยอยุธยา: เป็นพระที่บรรจุไว้ในฐานชุกชีตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (สอดคล้องกับตัวเลขภาษาขอมที่ฐานพระหลวงพ่อขาวระบุปี พ.ศ. 2143) ซึ่งต่อมาได้มีการนำขึ้นมาลงรักปิดทองและบรรจุซ้ำในการบูรณะช่วงปี พ.ศ. 2500

  2. การอัญเชิญพระมาจากวัดใหญ่ชัยมงคล: ชาวบ้านวัดบ้านกลิ้งในอดีตขึ้นชื่อว่าเป็นหมู่บ้านช่างฝีมือชั้นครู ซึ่งเคยเดินทางไปร่วมบูรณะวัดใหญ่ชัยมงคล และได้อัญเชิญพระขุนแผนเคลือบติดตัวกลับมา ก่อนจะนำมาลงรักปิดทองและบรรจุไว้ใต้ฐานหลวงพ่อขาวในการบูรณะปี พ.ศ. 2500

ด้วยความงดงามทางพุทธศิลป์ ความหายาก และประวัติความเป็นมาที่เกี่ยวพันกับพระมหากษัตริย์และบุคคลสำคัญในอดีต ทำให้ พระขุนแผนกรุวัดบ้านกลิ้ง กลายเป็นหนึ่งในสุดยอดพระเครื่องอันทรงคุณค่าและเปี่ยมด้วยพุทธคุณสูงส่ง ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และสะสมอย่างแท้จริง

บทความแนะนำ

  • หลวงพ่อฉาย วัดพนัญเชิง

    "ยอดพระสังฆราชผู้ปกครองแผ่นดินกรุงเก่า" พระญาณไตรโลก (ฉาย คังคสุวัณโณ) วัดพนัญเชิง อยุธยา อมตะเถระผู้ทรงอิทธิคุณและอาจารย์ของยอดเกจิ

    หากเอ่ยถึงสุดยอดพระมหาเถระผู้ทรงอภิญญาญาณ บารมีธรรมอันยิ่งใหญ่ และเป็น "ร่มโพธิ์ร่มไทร" ให้กับคณะสงฆ์ทั่วทั้งแผ่นดินกรุงเก่า พระนครศรีอยุธยา ในยุคที่เมืองกรุงเก่าเปรียบเสมือน "ตักศิลาแห่งพุทธาคม" ที่เต็มไปด้วยพระเกจิอาจารย์เรืองวิทยาคมมากมายมหาศาล ชื่อของ "พระญาณไตรโลก" หรือที่ชาวบ้านเรียกขานด้วยความเคารพรักว่า "หลวงพ่อฉาย" แห่งวัดพนัญเชิงวรวิหาร จะต้องเป็นหนึ่งในทำเนียบที่ถูกกล่าวถึงด้วยความเคารพศรัทธาอย่างสูงสุด

    หลวงพ่อฉาย วัดพนัญเชิง

  • หลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน

    ตำนาน "ตะกรุดดอกไม้ทอง" เรียกทรัพย์ เมตตามหานิยม หลวงพ่อพูน ฐิตสีโล วัดบ้านแพน อยุธยา ยอดพระอริยสงฆ์ผู้เปี่ยมบารมี

    หากเอ่ยถึงสุดยอดพระเกจิอาจารย์ระดับตำนานของเมืองกรุงเก่า พระนครศรีอยุธยา ที่เปี่ยมด้วยเมตตามหานิยมสูงสุด สำเร็จวิชาธรรมชั้นสูง และมีพลังจิตอันเข้มข้นเป็นที่ประจักษ์ ชื่อของ "หลวงพ่อพูน ฐิตสีโล" แห่งวัดบ้านแพน อำเภอเสนา จะต้องเป็นหนึ่งในทำเนียบที่ถูกกล่าวถึงด้วยความเคารพรักและศรัทธาอย่างสูงสุด

    หลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน

  • หลวงพ่อสุ่น วัดบางปลาหมอ อยุธยา

    ต้นตำรับวิชาอาโปกสิณและหมอยาเทวดา

    สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน หากพูดถึงสุดยอดพระเกจิอาจารย์แห่งเมืองกรุงเก่า พระนครศรีอยุธยา หลายท่านคงนึกถึง หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค หรือ หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก เป็นชื่อแรกๆ ใช่ไหมครับ? แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า สองสุดยอดพระอริยสงฆ์ผู้โด่งดังนี้ ท่านมี "ครูบาอาจารย์" องค์เดียวกัน

    พระอาจารย์ท่านนั้นคือ "หลวงพ่อสุ่น" แห่งวัดบางปลาหมอ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ครับ

    หลวงพ่อสุ่น วัดบางปลาหมอ อยุธยา