พระกรุวัดคู้สลอดอยุธยา

พระเนื้อผงยอดนิยม ผสมผงวิเศษหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค

ถ้าพูดถึงพระเครื่องเนื้อผงยอดนิยมในโซนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ทั้งพุทธคุณเข้มขลังและมีประวัติความเป็นมาผูกพันกับพระเกจิระดับปรมาจารย์ หนึ่งในนั้นจะต้องมีชื่อของ "พระกรุวัดคู้สลอด" ติดอยู่แถวหน้าอย่างแน่นอนครับ

พระชุดนี้ไม่ได้มีดีแค่เรื่องราวการสร้างที่ผูกพันกับ หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค เท่านั้น แต่ยังมีเรื่องราวความ “แตกกรุ” แบบดราม่าในอดีต รวมถึงเอกลักษณ์เนื้อหาที่ดูง่าย สบายตา จนกลายเป็นหนึ่งในพระยอดนิยมที่นักสะสมตามหากันมาโดยตลอด วันนี้เราจะพาไปย้อนรอยความขลังของพระกรุวัดคู้สลอดกันครับ

 จุดเริ่มต้นจากความตั้งใจ: เมื่อศิษย์สร้างวัด

เรื่องราวความเป็นมาของพระชุดนี้ต้องย้อนกลับไปในอดีต เมื่อ พระอาจารย์พงษ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดคู้สลอด ตำบลเสนา (ปัจจุบันคืออำเภอลาดบัวหลวงและอำเภอเสนา) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเดิมทีท่านเคยเป็นพระลูกวัดอยู่ที่ วัดบางนมโค และเป็นหนึ่งในศิษย์เอกที่ใกล้ชิดของ หลวงพ่อปาน โสนันโท

ต่อมาเมื่อทางวัดคู้สลอดว่างเจ้าอาวาสลง หลวงพ่อปานจึงเมตตาให้พระอาจารย์พงษ์ไปดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสเพื่อพัฒนาวัด เมื่อท่านมาถึงก็พบว่าเสนาสนะและกุฏิวิหารภายในวัดชำรุดทรุดโทรมอย่างหนัก ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการบูรณะซ่อมแซม

พระอาจารย์พงษ์จึงได้รวบรวม ผงวิเศษ ต่างๆ ที่ท่านสะสมไว้ รวมถึงผงวิเศษชนิดเดียวกับที่หลวงพ่อปานใช้อุดพระเนื้อดินพิมพ์ทรงสัตว์ของท่าน นำมาเป็นมวลสารหลักในการจัดสร้างพระเครื่องเนื้อผงชุดนี้ขึ้นมา เพื่อหาปัจจัยมาสร้างเสนาสนะและองค์พระเจดีย์ภายในวัดครับ

 ความเมตตาจากหลวงพ่อปาน และข้อครหาในอดีต

เมื่อกดพิมพ์พระได้จำนวนพอสมควรแล้ว พระอาจารย์พงษ์ได้นิมนต์พระอาจารย์ผู้เป็น "อาจารย์ใหญ่" อย่าง หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค มาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธีพุทธาภิเษก ซึ่งหลวงพ่อปานก็เมตตามาปลุกเสกให้ด้วยความเต็มใจ

อย่างไรก็ตาม ในยุคนั้นศิษย์สายอื่นๆ ของหลวงพ่อปานบางส่วนกลับเข้าใจผิด มองว่าพระอาจารย์พงษ์สร้างพระเลียนแบบหลวงพ่อปาน เนื่องจากใช้แม่พิมพ์รูปพระประทับนั่งบนสัตว์พาหนะคล้ายคลึงกับพระเนื้อดินของหลวงพ่อปาน จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า "เดินตามรอยเท้าครูบาอาจารย์" จะมีก็เพียงแค่พิมพ์พระสมเด็จและพิมพ์จันทร์ลอยเท่านั้นที่ดูแปลกแยกออกมาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

เมื่อเสร็จสิ้นพิธี ทางวัดได้นำพระออกให้ชาวบ้านทำบุญบูชาเพื่อหาเงินมาบูรณะวัด จนกระทั่งสร้างเสนาสนะและเจดีย์สำเร็จ ครั้นหมดความจำเป็น พระที่เหลือทั้งหมดจึงถูกนำเข้าพิธีบรรจุลงกรุในองค์พระเจดีย์ใหญ่โดยฝีมือของพระอาจารย์พงษ์เอง หลังจากนั้นไม่นาน ท่านก็ลาสิกขาออกไปใช้ชีวิตฆราวาส แต่ชาวบ้านก็ยังคงให้ความเคารพเรียกว่า "อาจารย์พงษ์" เรื่อยมาจนถึงแก่กรรม

 วาระการแตกกรุ: เจดีย์ถูกเจาะและความเสียหายแห่งประวัติศาสตร์

สำหรับเหตุการณ์การเปิดกรุพระวัดคู้สลอดนั้นไม่ได้มาจากการขุดหาอย่างถูกวิธีครับ แต่เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2506 โดยมีกลุ่มคนร้ายลักลอบเจาะทะลวงองค์พระเจดีย์ใหญ่ของวัดคู้สลอด อำเภอลาดบัวหลวง จนได้พระเครื่องออกไปจำนวนมากมหาศาล (เล่ากันว่าขนไปได้เกือบเต็มลำเรือทีเดียว)

ทางวัดมารู้ตัวอีกทีก็สายไปเสียแล้ว จึงได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อช่วยกันตามยึดพระคืน ซึ่งเคยเป็นข่าวใหญ่โตตามหน้าหนังสือพิมพ์อยู่พักใหญ่ ก่อนที่เรื่องจะเงียบหายไป และทางวัดก็ได้นำพระที่เหลือ "ก้นกรุ" ออกมาให้ทำบุญ

 เอกลักษณ์พิมพ์ทรงและเนื้อหา: พระลงกรุ VS พระไม่ลงกรุ

พระกรุวัดคู้สลอดมีพิมพ์ทรงที่หลากหลายและน่าสนใจมากครับ แบ่งออกเป็น:

  • พิมพ์ทรงสัตว์: เช่น พิมพ์ทรงไก่, พิมพ์ทรงหนุมาน, พิมพ์ทรงเม่น, พิมพ์ทรงครุฑ ฯลฯ

  • พิมพ์พระสมเด็จและพิมพ์อื่นๆ: เช่น พิมพ์พระสมเด็จแบบ 7 ชั้น และพิมพ์จันทร์ลอย

ขนาดองค์พระโดยทั่วไปจะกะทัดรัด น่ารัก ขนาดประมาณ 2-3 เซนติเมตรเท่านั้น สามารถแยกแยะประเภทออกได้ง่ายๆ ดังนี้ครับ:

  1. พระไม่ลงกรุ (พระแจก): คือพระที่แจกจ่ายออกไประหว่างที่อาจารย์พงษ์ยังดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส เนื้อพระจะมีความหนึกนุ่มด้วยน้ำมัน มักมีสีเหลืองอมเขียว หรือสีเหลืองอมน้ำตาล

  2. พระลงกรุ (พระในเจดีย์): สังเกตง่ายมากเพราะจะมีเอกลักษณ์คือ "คราบฟองเต้าหู้" จับหนาสลับกับคราบขี้มอด ซึ่งเป็นธรรมชาติของพระที่จมอยู่ใต้กรุมานานหลายสิบปี

คุณค่าทางพุทธศิลป์และความนิยมในปัจจุบัน

ในด้านพุทธศิลป์ พระกรุวัดคู้สลอดได้รับการยอมรับและยกย่องอย่างสูงในหมู่นักสะสมว่าเป็นงานประติมากรรมสกุลช่างอยุธยาและยุคไล่เลี่ยกันที่มีความประณีตงดงาม เนื่องจากสร้างขึ้นจากมวลสารวิเศษตามตำรับโบราณของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค มีพิมพ์ทรงที่คมชัด ลวดลายองค์พระและฐานบัวมีความสมส่วนเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนถึงฝีมือการกดพิมพ์และการสร้างสรรค์อันทรงคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม

ความงดงามทางสุนทรียศิลป์ร่วมกับความเก่าแก่อันทรงคุณค่า ทำให้พระวัดคู้สลอดกลายเป็นมรดกทางพุทธศาสนาที่ผู้คนให้ความสนใจศึกษา สะสม และอนุรักษ์ เพื่อสืบสานความประณีตของงานช่างโบราณให้คงอยู่สืบไป 

ปัจจุบัน พระกรุวัดคู้สลอด เป็นพระเครื่องเนื้อผงยอดนิยมที่มีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ สนนราคาซื้อขายอยู่ในหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท ขึ้นอยู่กับความสวยงามของพิมพ์ทรง สภาพความสมบูรณ์ และคราบกรุที่เป็นธรรมชาติ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกทรงคุณค่าสำหรับผู้ที่อยากบูชาพระผงของหลวงพ่อปานในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นครับ

บทความแนะนำ

  • หลวงพ่อมี วัดบ้านช้าง

    กับตำนานเครื่องราง "เจ้าดุ้ง พญาหมูป่าอาคม" รุ่นแรกแห่งทุ่งวังน้อย

    ถ้าพูดถึงพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิทยาคมและมีความเชี่ยวชาญด้านคาถาอาคมขลังแห่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นอกเหนือจากเกจิยุคเก่าที่เราคุ้นเคยกันดีแล้ว ยังมีพระอริยสงฆ์รูปสำคัญแห่งอำเภอวังน้อย ผู้สืบทอดสายวิชาสายตรงจากบูรพปรมาจารย์ยุคโบราณ นั่นก็คือ "หลวงพ่อมี" (พระครูนิวิฐสารธรรม) เจ้าอาวาสวัดบ้านช้าง ผู้ได้รับการขนานนามจากคณะศิษยานุศิษย์และคนในพื้นที่ว่าเป็น "เสือเสน่ห์ สิงห์เมตตา แห่งทุ่งวังน้อย"

    เจาะลึกประวัติ "หลวงพ่อมี วัดบ้านช้าง"

  • หลวงปู่ชื้น วัดญาณเสน

    "พระอริยเจ้าผู้ทรงวิชารัตนจักร": หลวงปู่ชื้น พุทธสโร วัดญาณเสน อยุธยา

    หากเอ่ยถึงสุดยอดพระเกจิอาจารย์แห่งเมืองกรุงเก่า พระนครศรีอยุธยา ที่เปี่ยมด้วยเมตตามหานิยม สำเร็จวิชาธรรมชั้นสูง และมีวัตถุมงคลที่มากด้วยประสบการณ์ ชื่อของ "หลวงปู่ชื้น พุทธสโร" แห่งวัดญาณเสน จะต้องเป็นหนึ่งในทำเนียบที่นักสะสมพระเครื่องและศิษยานุศิษย์นึกถึงด้วยความเคารพรักและศรัทธาอย่างแน่นอน

    หลวงปู่ชื้น พุทธสโร วัดญาณเสน

  • หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ

    "มหาอุตม์เมืองกรุงเก่า"เจ้าของเหรียญแพงที่สุดในสยาม

    หากเอ่ยถึงสุดยอดพระเกจิอาจารย์ระดับตำนานของเมืองไทย ที่เปี่ยมด้วยวิชาอาคมแก่กล้า ปฏิปทาดั่งเพชรน้ำค้าง และมีวัตถุมงคลที่นักสะสมพระเครื่องทั่วโลกต่างใฝ่ฝันอยากได้มาครอบครอง ชื่อของ "หลวงพ่อกลั่น ธมฺมโชโต" แห่งวัดพระญาติการาม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะต้องเป็นหนึ่งในทำเนียบที่ถูกกล่าวถึงด้วยความเคารพรักและศรัทธาอย่างสูงสุด

    หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ