พระจิ๋วแต่แจ๋วสายเหนียว ที่หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติปลุกเสก
ถ้าพูดถึงพระเครื่องขนาดเล็กจิ๋วที่ขึ้นชื่อเรื่องความเหนียวและประสบการณ์แคล้วคลาด หลายคนมักจะนึกถึงพระพิจิตรเม็ดข้าวเม่า หรือพระกรุเมืองเหนือต่างๆ แต่เชื่อไหมครับว่า ในบรรดาพระกรุขนาดเล็กที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและประวัติการสร้างชัดเจน มีอยู่กรุหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่นักสะสมรุ่นเก่าให้การยอมรับและตามหามานาน นั่นคือ "พระกรุวัดทำเลไทย"
พระชุดนี้ไม่ได้มีดีแค่ขนาดที่เล็กพริกขี้หนู แต่เบื้องหลังความเป็นมาและรายนามพระเกจิอาจารย์ที่มาร่วมปลุกเสกนั้นเรียกว่า "ระดับตำนาน" ของเมืองกรุงเก่าเลยทีเดียว วันนี้ผมจะพาไปย้อนรอยเรื่องราว ประวัติความเป็นมา และจุดสังเกตของพระกรุนี้กันครับแบบเจาะลึกครับ
จุดเริ่มต้นและประวัติความเป็นมาของ "วัดทำเลไทย"
เพื่อให้เห็นภาพความขลัง เราต้องย้อนเวลากลับไปดูรากเหง้าของวัดกันก่อนครับ วัดทำเลไทย ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 ตำบลขนอนหลวง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประวัติศาสตร์ของวัดนี้มีความน่าสนใจมาก เพราะสร้างขึ้นโดยกลุ่มพุทธศาสนิกชนชาวไทยที่อพยพมาจากเมืองสุพรรณบุรี ตั้งแต่ช่วงประมาณปี พ.ศ. 2220 ในยุคอยุธยาตอนต้น
คำว่า "ทำเลไทย" ในสมัยนั้นมีความหมายลึกซึ้งครับ หมายถึง "แหล่งทำมาหากินของคนไทยผู้อพยพ" ที่มารวมตัวกันสร้างชุมชนและสร้างวัดวาอารามขึ้นเป็นศูนย์รวมจิตใจ ต่อมาวัดนี้ก็ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2230 โดยมีผู้อุปถัมภ์วัดคนสำคัญในสมัยต่อมาคือ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอกรมพระนครสวรรค์พินิต
ภายในวัดยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์และโบราณสถานสำคัญ เช่น หลวงพ่อดำ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ประดิษฐานอยู่ทางด้านเหนือของวิหาร และภายในอุโบสถยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพระเวสสันดรชาดกที่สะสมคุณค่าทางศิลปะและประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน
เหตุการณ์แตกกรุ: เมื่อฐานพระพุทธรูปแตกร้าวในปี 2532
สำหรับเรื่องราวการค้นพบพระเครื่องชุดนี้นั้น ไม่ได้มาจากการขุดหาของพวกนักขุดกรุสมบัติมืออาชีพครับ แต่เป็นการบังเอิญพบจากเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน
เรื่องเกิดขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2532 ทางวัดได้มีการเคลื่อนย้ายองค์พระพุทธรูปภายในวัดเพื่อบูรณะซ่อมแซม ปรากฏว่าระหว่างการเคลื่อนย้ายนั้น ทำให้ฐานขององค์พระพุทธรูปเกิดแรงกระแทกจนแตกออก และนั่นเองที่ทำให้ความลับถูกเปิดเผย เมื่อพบว่าภายในฐานพระมีการบรรจุ พระเนื้อชินชุดใหญ่ เอาไว้จำนวนหนึ่ง
จากการตรวจสอบหลักฐานและคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ในพื้นที่ ทำให้ทราบว่าพระชุดนี้มีการจัดสร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ. 2461 หรือมีอายุเก่าแก่ร่วม 130 ปีมาแล้วครับ
รายนามพระเกจิผู้ปลุกเสก: ระดับแม่เหล็กวงการพระเครื่อง
ถ้าถามว่าทำไมพระกรุวัดทำเลไทยถึงมีพุทธคุณและความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เลื่องลือ คำตอบอยู่ในรายชื่อพระเถราจารย์ที่มาร่วมกันปลุกเสกพระชุดนี้ครับ ซึ่งบอกได้เลยว่าเป็นสุดยอดพระเกจิยุคเก่าของอยุธยาและจังหวัดใกล้เคียงทั้งสิ้น ประกอบด้วย:
-
หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติการาม (พระเกจิระดับตำนานผู้สร้างเหรียญขอทานอันโด่งดัง รับหน้าที่เป็นประธานในพิธีปลุกเสก)
-
หลวงพ่อเขียว วัดท้ายน้ำ (พระเกจิสายเหนียวชื่อดังจากพิจิตร ซึ่งในขณะนั้นท่านได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดทำเลไทยพอดี จึงมาร่วมสร้างและปลุกเสกด้วย)
-
หลวงพ่อฟัก วัดทำเลไทย (เจ้าอาวาสหรือพระเกจิผู้ดูแลวัดในยุคนั้น)
-
หลวงพ่อบุญ วัดช่างทอง
-
หลวงพ่อบุญลือ วัดช่างทอง
ด้วยพลังจิตและวิทยาคมของหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ ผสมผสานกับพระเกจิสายอยุธยาและพิจิตร ทำให้พระกรุชุดนี้อัดแน่นไปด้วยพลังพุทธคุณอย่างเต็มเปี่ยม
ลักษณะเนื้อหาและพิมพ์ทรง: "จิ๋วแต่แจ๋ว" สไตล์พระพิจิตร
นักสะสมหลายคนมักจะเรียกพระกรุนี้ติดปากว่า "พระพิจิตรกรุวัดทำเลไทย" เหตุผลก็เพราะว่า เมื่อพิจารณาจากพุทธลักษณะและขนาดแล้ว มีความใกล้เคียงกับ พระพิจิตรเม็ดข้าวเม่า ของเมืองพิจิตรเป็นอย่างมาก จนแทบจะเป็นพิมพ์ทรงเดียวกัน
-
พิมพ์ทรง: มีพิมพ์ทรงหลักที่เป็นเอกลักษณ์คือ พิมพ์พระยอดขุนพล ลักษณะเป็นองค์พระพุทธรูปประทับนั่งปางสมาธิ บนฐานบัวคว่ำบัวหงาย ด้านหลังขององค์พระจะเป็นแบบเรียบ
-
ขนาด: เลิศด้วยความกะทัดรัด มีขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 1.5 เซนติเมตร และมีความสูงประมาณ 2 เซนติเมตรเท่านั้น เรียกได้ว่าเล็กจิ๋วเท่าปลายนิ้วก้อย พกพาง่าย
-
เนื้อหาและสนิม: สร้างด้วย เนื้อชินตะกั่วแก่ดีบุก สิ่งที่ทำให้เซียนพระชอบส่องคือธรรมชาติของเนื้อพระครับ ส่วนใหญ่จะมีคราบสนิมแดงจับอยู่มากบ้างน้อยบ้างตามธรรมชาติ แต่ถ้าองค์ไหนแก่ดีบุกมากๆ จะไม่ค่อยเกิดสนิมแดง แต่จะปรากฏ "พรายเงิน" ตามซอกมุมต่างๆ และบางองค์ยังมีคราบปรอทบางๆ เคลือบอยู่ให้เห็นเป็นประกาย
พุทธคุณและเรื่องเล่าขาน: ประสบการณ์แคล้วคลาดคงกระพัน
ด้วยความที่องค์พระมีขนาดจิ๋วแต่มีมวลสารและเกจิปลุกเสกในระดับหัวกะทิ ทำให้อภินิหารและประสบการณ์ของพระกรุวัดทำเลไทยเล่าขานกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า
เรื่องเล่าที่คลาสสิกที่สุดและถูกบอกต่อกันมาในหมู่คนพื้นที่ คือเรื่องราวในอดีตที่มีทหารหรือชาวบ้านนายหนึ่ง (ในยุคสมัยก่อน) ประสบเหตุการณ์ความรุนแรงถูกอาวุธปืนยิงใส่ แต่ด้วยความที่ตัวเขามี พระกรุวัดทำเลไทย เลี่ยมพกติดตัวอยู่เพียงองค์เดียว กระสุนกลับไม่สามารถทำอันตรายถึงชีวิตได้ รอดตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์ตั้งแต่นั้นมา ชื่อเสียงเรื่องความเหนียว คงกระพันชาตรี และแคล้วคลาดปลอดภัยจึงโด่งดังเป็นพลแตก กลายมาเป็นฉายาที่นักสะสมขนานนามให้ว่า "จิ๋วแต่แจ๋ว"
นอกจากเรื่องคงกระพันแล้ว ผู้ที่บูชาติดตัวยังมักจะเจอประสบการณ์ด้านเมตตามหานิยมและการค้าขายดีอีกด้วยครับ
มุมมองการสะสมและค่านิยมในปัจจุบัน
สำหรับในวงการพระเครื่องยุคปัจจุบัน พระกรุวัดทำเลไทย จัดว่าเป็นพระที่ได้รับความนิยมสูงมากในหมู่นักสะสมสายพระกรุและสายอยุธยา เนื่องจากจำนวนการสร้างไม่ได้มีมากมายนัก และส่วนใหญ่จะอยู่กับนักสะสมรุ่นเก่าที่หวงแหน
-
ความหายาก: จัดเป็นพระที่พบเจอหมุนเวียนในตลาดน้อยพอสมควร ยิ่งองค์ไหนสวยคมชัด ผิวเดิมๆ มีคราบกรุและสนิมแดงจัดจ้าน ยิ่งเป็นที่ต้องการของตลาดสูง
-
ราคาเช่าหา: ด้วยความนิยมและพุทธคุณที่ชัดเจน ปัจจุบันราคาซื้อขายจึงขยับขึ้นไปอยู่ในหลักหมื่นกลางๆ จนถึงหลักแสนบาทแล้วครับ ขึ้นอยู่กับความสวยงาม ความสมบูรณ์ของพิมพ์ และสภาพผิวพระโดยรวม
บทสรุป
หากคุณกำลังมองหาพระเครื่องขนาดเล็กกะทัดรัด สำหรับห้อยคอติดตัวเพื่อพึ่งพาพุทธคุณด้านแคล้วคลาด คงกระพัน และเปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน "พระกรุวัดทำเลไทย" ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ทรงคุณค่ามากครับ ไม่เพียงแต่จะได้บูชาพระที่ผ่านการปลุกเสกจากหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติเท่านั้น แต่ยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาวอยุธยาที่ควรค่าแก่การเก็บรักษาไว้อย่างยิ่งครับ
